Author Topic: พี่แนนค้า จะใช้คำขึ้นต้นการพูด Speech ว่ายังไงดีอ่าคะ  (Read 6870 times)

Offline Paxie ^^

  • Enconcept student
  • Newbie
  • ***
  • Posts: 21
  • ค่าความถูกใจ 0
  • DekNan!!
  • Respect: 0
พี่แนนค้า จะใช้คำขึ้นต้นการพูด Speech ว่ายังไงดีอ่าคะ
ที่มันไม่ดูน่าเบื่ออ่าค่ะ แล้วแบบว่าดูดีๆ ไฮโซๆ เวลาเริ่มแทน goodmorning everyone อารายอย่างเงี้ย
wa wa !! 

<3 N.Nan
<3 Big onion
<3 wa wa!!

Offline AshleyG

  • Staff
  • Sr. Member
  • *****
  • Posts: 456
  • ค่าความถูกใจ 2
  • Respect: +2
    • Email
พี่แนนค้า จะใช้คำขึ้นต้นการพูด Speech ว่ายังไงดีอ่าคะ
ที่มันไม่ดูน่าเบื่ออ่าค่ะ แล้วแบบว่าดูดีๆ ไฮโซๆ เวลาเริ่มแทน goodmorning everyone อารายอย่างเงี้ย

ขอช่วยตอบก่อนได้มั้ยคะ อิอิ

ที่น้องป๊อกแป๊กถามมาว่าควรจะเริ่มต้น speech แบบไหน คำถามนี้ค่อนข้างกว้างมากเลยทีเดียว เพราะว่าในการคำเริ่มต้น หรือกระทั่งว่าเราจะ greet ผู้ฟังอย่างไรก็ต้องดูตามสถานการณ์ หรืองานนั้นๆค่ะ ว่าเป็นทางการมากน้อยแค่ไหน

ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่เราต้องเริ่มต้นเลยก็คือการทักทาย อาจจะมี หรือไม่มี Good morning everyone เลย แต่แนะนำว่าควรมีดีกว่าค่ะ

แต่ต้องไม่ลืมว่า ทุกครั้งที่จะกล่าว speech นี้ ต้องเริ่มที่การทักทายผู้เข้าร่วมฟัง speech ของเรา โดยระบุ title หรือตำแหน่งของผู้ร่วมฟัง

อย่างเช่นตัวอย่างนี้นะคะ  Bill Gates ได้กล่าว speech ที่ Harvard University

เค้าเริ่มต้น speech ของเค้าด้วยการเอ่ย title ของผู้เข้าร่วม เพื่อเป็นการให้เกียรติ พี่ว่า ถ้าสามารถเริ่มต้น speech แบบนี้ได้ก็โอเคเลยจ้า Bill Gates เริ่มต้นดังนี้

" เช่น Hi, president......, former president......, ไล่ไปเรื่อยๆ"

 เราอาจจะเอามาปรับใช้ได้ โดยการเปลี่ยยนเป็น "distinguished guests  , .......... It's my pleasure to be here today. " ก็ได้นะคะ เท่านี้ก็ถือว่าโอเคแล้วจ้ะ จากนั้นก็ต้องไม่ลืมที่จะ เอ่ยชื่อ และตำแหน่งของเรา แล้วจึงค่อยกล่าววัตถุประสงค์การให้ speech ตามด้วย outline คร่าวๆ ว่าเราจะพูดอะไรในวันนี้ เสร็จแล้วก็ บรรเลง speech ของเราได้เลยจ้า

อีกสิ่งสำคัญก็คือการทำให้ผู้ฟังเข้ามามีส่วนร่วมใน speech ของเรา ไม่ได้หมายความว่าถาม ตอบอะไรกันนะจ๊ะ แต่หมายถึงว่า ให้เราใช้ eye contact คือการส่งสายตาไปยังผู้ฟังอย่างทั่วถึง เวลาพูดให้มีการเว้นช่วงด้วย เพื่อให้ผู้ฟังได้มีโอกาสฟังและคิดตามคำพูดของเรา สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ speech ของเราประสบความสำเร็จมากที่สุด

น้องๆอาจจะเคยเห็นว่า บางคนเตรียม speech มาดีมาก แต่เมื่อถึงเวลาพูด กลับได้แต่อ่านโพย หรือเหมือนท่องจำมามากเกินไป จนไม่เป็นธรรมชาติ อย่างนี้แหล่ะค่ะ ตัวปัญหาร้ายแรงที่ทำให้เราดูน่าเบื่อและไม่มีใครอยากฟังไปเลยล่ะ


ต่างกับบางคน ที่speech ที่เค้าเตรียมมานั้น อาจไม่ได้มีความยาวมาก แต่เค้ารู้จักการเว้นจังหวะ รู้จักใช้ eye contact และมีความมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองพูดออกไป ก็จะทำให้คำพูดของเค้าน่าฟังและน่าจับใจมากกว่า

เห็นมั้ยล่ะคะว่ามันมีหลายองค์ประกอบเลย

หากทำได้เท่านี้ก็จะทำให้ speech ของเรานั้นดูดี และไฮโซขึ้นอีกเป็นกอง อิอิ

เอ๊ พี่ตอบยาวไปรึเปล่า  อ่านแล้วงงมั้ยเนี่ย ถามแค่ greeting แต่นี่ตอบมาซะหมดเลย อิอิ (ด้วยความอยากตอบอย่างแรง 555)
 
สู้ๆๆ ว่าแต่จะไปกล่าว speech ที่ไหนจ๊ะ จะแอบไปฟัง อิอิ ล้อเล่งนะ :)

Anchalee Gantatborirak

Academic Production Officer

Offline ~Fresh~

  • Enconcept student
  • Full Member
  • ***
  • Posts: 171
  • ค่าความถูกใจ 1
  • Respect: +3
    • Email
พี่แนนค้า จะใช้คำขึ้นต้นการพูด Speech ว่ายังไงดีอ่าคะ
ที่มันไม่ดูน่าเบื่ออ่าค่ะ แล้วแบบว่าดูดีๆ ไฮโซๆ เวลาเริ่มแทน goodmorning everyone อารายอย่างเงี้ย

ขอช่วยตอบก่อนได้มั้ยคะ อิอิ

ที่น้องป๊อกแป๊กถามมาว่าควรจะเริ่มต้น speech แบบไหน คำถามนี้ค่อนข้างกว้างมากเลยทีเดียว เพราะว่าในการคำเริ่มต้น หรือกระทั่งว่าเราจะ greet ผู้ฟังอย่างไรก็ต้องดูตามสถานการณ์ หรืองานนั้นๆค่ะ ว่าเป็นทางการมากน้อยแค่ไหน

ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่เราต้องเริ่มต้นเลยก็คือการทักทาย อาจจะมี หรือไม่มี Good morning everyone เลย แต่แนะนำว่าควรมีดีกว่าค่ะ

แต่ต้องไม่ลืมว่า ทุกครั้งที่จะกล่าว speech นี้ ต้องเริ่มที่การทักทายผู้เข้าร่วมฟัง speech ของเรา โดยระบุ title หรือตำแหน่งของผู้ร่วมฟัง

อย่างเช่นตัวอย่างนี้นะคะ  Bill Gates ได้กล่าว speech ที่ Harvard University

เค้าเริ่มต้น speech ของเค้าด้วยการเอ่ย title ของผู้เข้าร่วม เพื่อเป็นการให้เกียรติ พี่ว่า ถ้าสามารถเริ่มต้น speech แบบนี้ได้ก็โอเคเลยจ้า Bill Gates เริ่มต้นดังนี้

" เช่น Hi, president......, former president......, ไล่ไปเรื่อยๆ"

 เราอาจจะเอามาปรับใช้ได้ โดยการเปลี่ยยนเป็น "distinguished guests  , .......... It's my pleasure to be here today. " ก็ได้นะคะ เท่านี้ก็ถือว่าโอเคแล้วจ้ะ จากนั้นก็ต้องไม่ลืมที่จะ เอ่ยชื่อ และตำแหน่งของเรา แล้วจึงค่อยกล่าววัตถุประสงค์การให้ speech ตามด้วย outline คร่าวๆ ว่าเราจะพูดอะไรในวันนี้ เสร็จแล้วก็ บรรเลง speech ของเราได้เลยจ้า

อีกสิ่งสำคัญก็คือการทำให้ผู้ฟังเข้ามามีส่วนร่วมใน speech ของเรา ไม่ได้หมายความว่าถาม ตอบอะไรกันนะจ๊ะ แต่หมายถึงว่า ให้เราใช้ eye contact คือการส่งสายตาไปยังผู้ฟังอย่างทั่วถึง เวลาพูดให้มีการเว้นช่วงด้วย เพื่อให้ผู้ฟังได้มีโอกาสฟังและคิดตามคำพูดของเรา สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้ speech ของเราประสบความสำเร็จมากที่สุด

น้องๆอาจจะเคยเห็นว่า บางคนเตรียม speech มาดีมาก แต่เมื่อถึงเวลาพูด กลับได้แต่อ่านโพย หรือเหมือนท่องจำมามากเกินไป จนไม่เป็นธรรมชาติ อย่างนี้แหล่ะค่ะ ตัวปัญหาร้ายแรงที่ทำให้เราดูน่าเบื่อและไม่มีใครอยากฟังไปเลยล่ะ


ต่างกับบางคน ที่speech ที่เค้าเตรียมมานั้น อาจไม่ได้มีความยาวมาก แต่เค้ารู้จักการเว้นจังหวะ รู้จักใช้ eye contact และมีความมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองพูดออกไป ก็จะทำให้คำพูดของเค้าน่าฟังและน่าจับใจมากกว่า

เห็นมั้ยล่ะคะว่ามันมีหลายองค์ประกอบเลย

หากทำได้เท่านี้ก็จะทำให้ speech ของเรานั้นดูดี และไฮโซขึ้นอีกเป็นกอง อิอิ

เอ๊ พี่ตอบยาวไปรึเปล่า  อ่านแล้วงงมั้ยเนี่ย ถามแค่ greeting แต่นี่ตอบมาซะหมดเลย อิอิ (ด้วยความอยากตอบอย่างแรง 555)
 
สู้ๆๆ ว่าแต่จะไปกล่าว speech ที่ไหนจ๊ะ จะแอบไปฟัง อิอิ ล้อเล่งนะ :)



กระจ่างเลยค่ะ

Offline Paxie ^^

  • Enconcept student
  • Newbie
  • ***
  • Posts: 21
  • ค่าความถูกใจ 0
  • DekNan!!
  • Respect: 0
โห  กระจ่างอย่างแรงกล้า
ขอบคุนมากๆๆๆ เรยค่า ^^
wa wa !! 

<3 N.Nan
<3 Big onion
<3 wa wa!!