ปกป้องลูกจากการเป็นเหยื่อและเป็นต้นเหตุของการบูลลี่

 

 

ปัญหาการบูลลี่หรือการกลั่นแกล้งในโรงเรียนเป็นปัญหาที่มีมาอย่างยาวนาน มักถูกมองข้ามจากผู้ใหญ่ว่าเป็นเรื่องเล็กๆ ของเด็ก ซึ่งบางครั้งบาดแผลจากการบูลลี่นั้นสร้างผลกระทบหรือลุกลามเป็นบาดแผลใหญ่ในหัวใจเด็ก ยาวนานไปจนถึงเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เพราะการถูกต่อว่าเช่น การตัดสินด้วยรูปลักษณ์ หรือการถูกกีดกันออกจากกลุ่มเพื่อน คือการผลักให้เด็กต้องเผชิญความโดดเดี่ยวเพียงลำพัง ยิ่งในสถานการณ์ที่ผู้ปกครองไม่สามารถปกป้องเขาได้อย่างเช่นสถานการณ์ในโรงเรียน จึงอาจจะนำพาไปสู่ความรุนแรงได้

เพราะฉะนั้นการปกป้องเพียงกายคงยังไม่พอ มาเรียนรู้การปกป้องหัวใจลูก พร้อมๆ กับการปลูกฝังไม่ให้ลูกเป็นต้นเหตุของการบูลลี่ เพื่อให้ลูกเราไม่ไปสร้างบาดแผลในหัวใจให้กับใคร

สอนลูกให้เข้าใจความแตกต่างหลากหลาย

การสร้างมายด์เซ็ตให้ลูกเข้าใจว่าคนที่ต่างจากเราไม่ใช่คนผิดปกติคือสิ่งที่ลูกควรจะได้รับรู้ คนที่ผิวขาว ผิวดำ ผมหยิก ผมตรง อ้วน ผอม เตี้ย สูงฯลฯ รวมไปถึงการแสดงออกเกี่ยวกับภาพลักษณ์ทางเพศที่แตกต่าง คือหลากหลายของมนุษย์ ไม่ควรส่งเสริมให้ลูกให้ค่ากับภาพลักษณ์ภายนอก อย่างเช่นการป้อนข้อมูลว่าหนูสวยเพราะหนูขาว เด็กคนนั้นน่ารักเพราะผมตรง เพราะอาจเป็นการส่งเสริมให้ลูกตัดสินคนจากภายนอก ซึ่งจะนำไปสู่พฤติกรรมของการบูลลี่เพื่อนในโรงเรียนได้

เพราะมนุษย์มีความหลากหลายจึงมีคนที่เห็นต่าง

ไม่ใช่แค่เพียงรูปลักษณ์เท่านั้นที่แตกต่าง แต่ในเมื่อมนุษย์เราถูกปลูกฝังมาจากครอบครัวและสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน จึงควรทำให้ลูกเข้าใจว่าแม้บางความเห็นที่เราไม่เห็นด้วยก็ไม่ควรตัดสินว่าเขาผิด หรือเราถูก ให้ลูกทำความเข้าใจว่าเพราะเหตุใดเพื่อนถึงแสดงออกอีกแบบ ทำไมถึงแตกต่างกับเรา ทำไมคำตอบถึงต่างกัน สิ่งนี้ยังเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้หัวใจแข็งแรง เมื่อวันที่เค้าต้องปะทะกับคนที่มีความเห็นต่าง หรือแม้แต่วันที่เขาถูกกลั่นแกล้ง

เปิดใจลูกและสังเกตความสัมพันธ์ระหว่างลูกกับเพื่อน

เด็กส่วนใหญ่มักจะไม่บอกพ่อกับแม่เมื่อตนเองโดนกลั่นแกล้ง ดังนั้นส่วนที่สำคัญในพาร์ทของพ่อแม่คือการสื่อสารอย่างเปิดใจและเข้าใจ สร้างพื้นที่ Safe zone ให้ลูกรู้สึกปลอดภัยเพื่อจะสื่อสารด้วยในตอนที่เจอเรื่องยากๆ ทั้งนี้คุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มโดยการคอยสังเกตการณ์ลูกว่ามีความผิดปกติใดๆ หรือไม่ เช่นพฤติกรรมการกินและการนอนของลูก การหลีกเลี่ยงโรงเรียนหรือกิจกรรมอื่นๆ กับเพื่อน หากสังเกตเห็นพฤติกรรมเหล่านี้ ควรพูดคุยกับลูกเกี่ยวกับเรื่องที่โรงเรียน โดยอาจต้องถามลูกเกี่ยวกับการกลั่นแกล้งแบบอ้อมๆ ตัวอย่างคำถาม:

“วันนี้มีอะไรที่ดีหรือไม่ดีที่โรงเรียน ที่อยากเล่าให้แม่กับพ่อฟังไหม”

“ที่โรงเรียนมีเด็กที่เกเรหรือเปล่า”

“หนูเคยเห็นเด็กคนอื่นๆ ถูกรังแกบ้างหรือเปล่า ถ้าสถานการณ์นั้นเป็นหนูจะทำอย่างไร”

สอนลูกให้สตรอง ไม่มองเรื่องบูลลี่เป็นสิ่งที่ทำให้เขาอ่อนแอ

นอกจากปลูกฝังให้ลูกเคารพความแตกต่าง เห็นอกเห็นใจผู้อื่นแล้ว อย่าลืมสอนให้ลูกใจดีกับตัวเอง ปลูกฝังลูกให้เชื่อมั่นในตนเอง “When someone says something bad about you, say something positive to yourself” ตัดพลังงานลบที่คนอื่นส่งมาด้วยเจตนาไม่ดี ด้วยการเพิ่มพลังงานบวกให้กับตัวเอง รวมไปถึงการรีแอคกับคนที่กลั่นแกล้ง เช่น สอนลูกให้บอกเพื่อนจอมเกเรว่าเขารู้สึกอย่างไรต่อสิ่งที่เพื่อนทำ และต้องการให้เพื่อนปฏิบัติกับเขาอย่างไร ตัวอย่าง “เรารู้สึกโกรธตอนที่เธอล้อเลียนเราด้วยฉายาที่เธอตั้ง แทนที่จะเรียกเราด้วยชื่อของเราจริงๆ ต่อจากนี้เราอยากให้เธอเรียกชื่อจริงๆ ของเรานะ” เป็นการเรียนรู้วิธีการใช้น้ำเสียงและการสื่อสารกับผู้อื่น การหักห้ามใจในสถานการณ์ที่เขารู้สึกแย่

 

 

LINE it!

Comment