สอนลูกให้เข้าใจเรื่องอินฟลูเอนเซอร์และรู้เท่าทันการโฆษณาแฝง

 

 

Influencer คือ บล็อกเกอร์หรือบุคคลบนโลกออนไลน์อื่นๆ ที่มีผู้ติดตามมากพอที่จะสร้างผลกระทบด้านวัฒนธรรมและเศรษฐกิจได้ Influencer มีหลายแบบ เช่น กูรูด้านความงามและแฟชั่น คนที่ชอบท่องเที่ยวและชิมอาหาร ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเกม ดนตรี ภาพยนตร์ รวมไปถึง Celebrity คนดังที่ออกสื่อโซเชี่ยลเป็นประจำ (ที่มา brandinside.asia)

Influencer (อินฟลูเอนเซอร์) มาจากคำว่า influence ที่แปลว่ามีอิทธิพล โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มวัยรุ่น นับตั้งแต่คนรุ่น Gen Y Gen Z รวมถึงเด็ก Gen Alpha (เด็กที่เกิดปี 2553 เป็นต้นไป) โดยคนกลุ่มนี้จะรับข่าวสารผ่านทางช่องทางออนไลน์มากกว่าสื่ออื่น อย่างเช่น ทีวี สิ่งพิมพ์ หรือวิทยุ จึงทำให้มีแนวโน้มในการเชื่อถือในตัวอินฟลูเอนเซอร์บนสื่อโซเชียลมีเดีย ในปัจจุบันอินฟลูเอนเซอร์จึงเป็นเครื่องมือหนึ่งในทางการตลาด ที่เด็กอาจมองข้ามปัจจัยเรื่องการโฆษณาที่บางครั้งอาจชวนเชื่อเกินจริง รวมไปถึงพฤติกรรมต่างๆ ที่อาจสร้างค่านิยมที่ผิด ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่เองจึงต้องมีวิธีการสื่อสารให้ลูกติดตามอินฟลูเอนเซอร์อย่างระมัดระวัง และได้ไตร่ตรองเนื้อหาอย่างเด็กฉลาดคิด

พูดคุยเรื่องเนื้อหาของช่องที่ติดตาม

ลองสำรวจดูว่าชาแนลยูทูป แฟนเพจแบบไหนที่ลูกติดตาม และหนทางที่ดีในการสอนลูกเรื่องอินฟลูเอนเซอร์คือการให้เขาเข้าใจก่อนว่าเนื้อหาที่เขาติดตามอยู่คืออะไร ถัดจากนั้นคือการพูดคุยอินไซด์ให้เขาได้ตั้งคำถามและคิดไตร่ตรอง เช่นหากลูกสาวติดตามบิวตี้บล็อกเกอร์ใน YouTube ลองให้ลูกเล่าเกี่ยวกับโปรดักส์ที่แฝงอยู่ในคลิป และเราอาจให้ข้อมูลเรื่องของ sponsorship ที่แฝงอยู่ในเนื้อหาของคลิป ให้ลูกได้เข้าใจว่าบางอย่างอาจมีการพูดชวนเชื่อเรื่องสรรพคุณ และลูกต้องไตร่ตรองก่อนจะตัดสินใจเชื่อ

หรือถ้าลูกชายชื่นชอบช่องแคสเกมส์ หรือยูทูปเบอร์ที่สร้างคอนเทนท์ในเชิงตลกกับผู้คน เช่น แกล้งคนในที่สาธารณะ ชวนท้าทายทำกิจกรรมที่อาจเสี่ยงอันตราย เรามาลองพูดคุยกับลูกเรื่องความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นในคลิป หรือแม้กระทั่งในเกม ลองให้ลูกตั้งคำถามกับตัวเองว่าหากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นในชีวิตจริงของเรา เราควรปฏิบัติตัวอย่างไรในสถานการณ์นั้นๆ

กระตุ้นทัศนคติโดยการชวนลูกตั้งคำถาม

การห้ามหรือปิดกั้นลูกจากอินฟลูเอนเซอร์อาจไม่ใช่เรื่องดี เป็นสถานการณ์ที่อาจสร้างบาดแผลให้ลูกได้ ดังนั้นการสร้างทัศนคติโดยการชักชวนลูกให้เกิดการตั้งคำถาม จึงจะเป็นอีกหนึ่งวิธีการที่ช่วยให้เขาเข้าใจความเป็นมาของเนื้อหาต่างๆ และช่วยสร้างภูมิคุ้มกันบนโลกอินเตอร์เน็ตให้กับลูก

For example: ถามไถ่เรื่องอินฟลูเอนเซอร์ที่ลูกชื่นชอบและติดตามใน YouTube channels หรือ Instagram แล้วถามลูกเกี่ยวกับ…

  • ทำไมลูกถึงชื่นชอบยูทูปเบอร์คนนี้หล่ะ?
  • สิ่งไหนที่เป็นต้นแบบ แล้วลูกอยากจะนำมาเป็นแบบอย่าง
  • เนื้อหาของคลิปนี้ทำให้ลูกรู้สึกยังไง?
  • ทำไมเขาถึงต้องทำแบบนั้น? แล้วทำแบบนั้นในชีวิตจริงหรือไม่?
  • เขาทำให้ลูกรู้สึกอย่างไรเมื่อได้ติดตามเขา? เพราะอะไร?

สอนให้เข้าใจเรื่องโฆษณาแฝง

เช่นเดียวกันกับการปลูกฝังเรื่องทัศนคติ เราควรทดลองให้ลูกได้ตั้งคำถามกับโฆษณาแฝงที่อยู่ในเนื้อหาต่างๆ ที่เขาจะได้รับจากการติดตามอินฟลูเอนเซอร์ เราสามารถช่วยให้ลูกรู้จักลิมิตของการโฆษณาโน้มน้าวชวนเชื่อที่อาจเกิดความจริง สอนลูกให้เข้าใจเรื่องการตลาดอย่างง่ายๆ ว่าบางอย่างมันคือการจ่ายเงินเพื่อให้คนได้เห็นสินค้าและสรรพคุณ (โดยต้องอยู่บนพื้นฐานของการให้เกีรยติอินฟลูเอนเซอร์ที่ติดตามเช่นกัน) เบื้องต้นเราอาจลองให้ลูกได้ตั้งคำถามกับเนื้อหาที่ดู เช่น

  • คลิปนี้เขาตั้งใจที่จะนำเสนออะไร และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของลูกหรือไม่?
  • เนื้อหานี้ทำให้ลูกรู้สึกอย่างไรกับโปรดักส์ที่เขานำเสนอ?
  • ข้อความในการโฆษณานี้จะสื่อสารกับใคร เด็ก ผู้ใหญ่ ผู้หญิง หรือผู้ชาย เหมาะสมหรือไม่

สุดท้ายเมื่อลูกเข้าใจ Fact ของการติดตามอินฟลูเอนเซอร์ เขาจะเป็นเด็กที่มีภูมิคุ้มกันในโลกอินเตอร์เน็ต และสามารถวิเคราะห์แยกแยะว่าสิ่งใดเป็นพฤติกรรมที่เขาควรนำมาเป็นแบบอย่าง หรือสิ่งใดที่เขาควรปล่อยผ่าน

LINE it!

Comment