สิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ของเด็ก Generation Alpha

Alpha เป็นคำที่ใช้เรียกขานเด็กซึ่งเกิดในช่วงปี ค.ศ. 2010 จนถึง 2025 โดยเป็นกลุ่มเด็กรุ่นล่าสุดของโลกที่เกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยซึ่งถูก Disruption ด้วยดิจิทัลและเทคโนโลยี การใช้ชีวิตของเด็กในยุคสมัยนี้ จึงเป็นไปได้โดยง่าย สะดวก รวดเร็ว ด้วยอุปกรณ์ไอทีและแพลตฟอร์มที่รองรับไลฟ์สไตล์ในรูปแบบต่าง ๆ เมื่อสิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป การเรียนรู้และวิธีที่ใช้ในการเรียนรู้ก็ย่อมเปลี่ยนตาม นำไปสู่คำถามสำคัญ ว่าทำอย่างไรให้เด็ก Generation Alpha เรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความรวดเร็วของกระแสต่าง ๆ และการถาโถมของข้อมูลข่าวสารเช่นนี้

More Screen เด็กในยุคนี้ดูเนื้อหา VDO ผ่านทางหน้าจอมากกว่าการเขียนและอ่านตัวอักษร พฤติกรรมการใช้งานหน้าจอ Screen ทั้งจากสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต ไปจนถึงคอมพิวเตอร์จึงส่งผลให้ต้องสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ผ่านทางหน้าจอให้มากขึ้น ไปจนถึงการเรียนรู้ผ่านหน้าจอแบบ 100% โดยหนังสือ สมุด และข้อมูลที่อยู่บนกระดาษจะได้รับความสนใจที่น้อยลง ดังนั้น บทเรียนบนอินเทอร์เน็ต แอปพลิเคชันที่ใช้ในการเรียนการสอน จะมีบทบาทมากขึ้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้มาพร้อมกับความสะดวกสบายและการใช้งานได้ทุกที่ ทุกเวลา ในขณะเดียวกันก็ต้องเพิ่มทักษะการใช้งานเทคโนโลยี และการรู้เท่าทันข้อมูลข่าวสารที่เปิดกว้างอยู่บนโลกออนไลน์ให้กับเด็ก ๆ ด้วย ยุคนี้ จึงเป็นยุคที่พ่อแม่ผู้ปกครองต้องยื่นสมาร์ทโฟนให้ลูกใช้ในการเรียนรู้แทนการบังคับให้หยุดเล่น แต่ก็ต้องคอยสอดส่องควบคุมเนื้อหาที่จะแสดงบนหน้าจอให้เหมาะสมด้วย

More Experience นอกจากจะต้องแข่งขันกับคนวัยเดียวกันแล้ว Generation Alpha ยังต้องแข่งขันกับ AI ที่กำลังรุกคืบช่วงชิงอาชีพของแรงงานในปัจจุบันอีกด้วย การเป็น “นัก” อะไรสักอย่างจึงใกล้จะเลือนหายไป เหลือไว้เพียงความเชี่ยวชาญอย่างลึกซึ้งซึ่งมาพร้อมทักษะอื่น ๆ แบบ Multi Skill หนทางรอดของเด็กยุคนี้ที่ต้องสู้กับความเฉลียวฉลาดของปัญญาประดิษฐ์ จึงเป็นการมีประสบการณ์กับบางสิ่งบางอย่างจนเชี่ยวชาญมากพอที่ AI จะไม่สามารถทดแทนได้ มองในอีกด้าน ประสบการณ์จะช่วยให้เด็กยุคนี้ตัดสินใจแก้ปัญหาและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ได้ดียิ่งขึ้น และคงเป็นเรื่องที่ดี หากเด็ก 1 คนที่กำลังสนใจเรื่องโครงสร้างตึก จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับโครงสร้างตึกอย่างถ่องแท้ ได้สัมผัสกับงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงมือปฏิบัติหรือคลุกคลีอยู่ในสิ่งแวดล้อมของงาน เพื่อที่จะได้รู้ตัวว่าเขาจะเติบโตขึ้นไปเพื่อเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างตึกหรือไม่ กล่าวได้ว่าสำหรับยุคนี้ ห้องเรียนบทเรียน และข้อสอบ จะมีความสำคัญรองลงมาจากการลงมือปฏิบัติ ห้องแล็บ เวิร์คช็อป หรือศูนย์การเรียนรู้ที่เน้นสร้างประสบการณ์

More Knowledge เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน เครื่องไม้เครื่องมือเปลี่ยน วิถีชีวิตเปลี่ยน องค์ความรู้เดิมที่มีอยู่จึงอาจไม่เพียงพอต่อ Generation Alpha ในการดำรงชีวิต ดังจะเห็นได้จากการตื่นตัวของกระทรวงศึกษาธิการที่บรรจุวิชาเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ลงไปในหลักสูตรการเรียนการสอนของเด็กประถม แต่เท่านี้จะเพียงพอหรือไม่สำหรับการเตรียมตัวให้เด็ก ๆ มีความพร้อมที่จะออกไปเผชิญกับโลกที่มนุษย์นั้นไปได้ไกลกว่ากาแล็กซี่ทางช้างเผือก และบุคลากรผู้สอนที่มีอยู่จะเพียงพอหรือไม่สำหรับการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ทันต่อยุคสมัย ไปจนถึงการตั้งคำถามสำคัญที่ว่า Generation X, Y และ Z จะสามารถเป็นครู อาจารย์ ให้กับ Generation Alpha ได้หรือไม่ คำตอบที่เป็นตรงกลางของคำถามนี้คือองค์ความรู้เดิมและบุคลากรเหล่านี้ยังจำเป็นและมีความสำคัญต่อการสอนศาสตร์พื้นฐานต่าง ๆ ทั้งการอ่าน เขียน คิด วิเคราะห์ และแยกแยะ แต่ทว่าไม่เพียงพอที่จะผลักดันให้เด็กรุ่นใหม่มีศักยภาพสูงสุดสอดคล้องกับยุคสมัย การเอื้อและเปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้ศาสตร์ใหม่ ๆ ทักษะใหม่ ๆ หรือกระทั่งช่วงเวลาว่างที่เด็ก ๆ สามารถนั่งใช้ความคิดสร้างสรรค์หรือจินตนาการ จึงเป็นอีกแนวทางที่จะช่วยสนับสนุนให้ Alpha เกิดการเรียนรู้ที่เป็นประโยชน์มากขึ้น

ขณะเดียวกัน แนวคิดเรื่องสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมแก่การเรียนรู้ อันได้แก่ พื้นที่การเรียนรู้, คอนเทนต์, กิจกรรมส่งเสริม, ความหลากหลาย, ความคิดสร้างสรรค์ และเสรีภาพในการแสดงออก ยังเป็นสิ่งที่ควรมีอยู่เหมือนเดิมเนื่องจากเป็นพื้นฐานของกระบวนการเรียนรู้ที่ต้องมี

LINE it!

Comment