เครื่องมือสำคัญในการสื่อสารกับลูกคือการฟังอย่างใส่ใจ

 

คุณพ่อคุณแม่หลายครอบครัวอาจคิดว่าลูกไม่เชื่อฟัง ยิ่งโตยิ่งดื้อ ยิ่งขัดคำสั่ง โดยเฉพาะกับลูกวัยรุ่น แต่การสื่อสารที่ดีที่สุดกับลูกไม่ใช่การพูด หรือออกคำสั่ง แต่เป็น “การฟังอย่างใส่ใจ” เพราะการฟังคือเครื่องมือที่ดีที่สุดที่ช่วยให้การพูดคุยกับลูกมีประสิทธิภาพและยังช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้ปกครองกับลูกอีกด้วย

ไม่ใช่แค่ฟัง แต่การฟังที่ดีต้องมีทักษะ

การฟังอย่างใส่ใจเป็นมากกว่าการฟังทั่วไป คุณพ่อคุณแม่สามารถสร้างทักษะการเป็นผู้ฟังที่ดีได้ โดย

  • ใกล้ชิดลูก และจดจ่อมากยิ่งขึ้นเมื่อยามที่เขาพูด
  • ให้ความสนใจขณะฟังเรื่องราว
  • ปล่อยให้ลูกพูดโดยไม่ขัดจังหวะ
  • หลีกเลี่ยงคำถามที่ชี้นำให้ลูกหลุดประเด็นที่ตั้งใจสื่อสาร
  • จดจ่อในสิ่งที่ลูกกำลังพูด แทนที่จะคิดว่าตัวเองจะพูดอะไรถัดจากนี้
  • มองไปที่ลูกเพื่อให้ลูกรู้ว่าเรากำลังฟัง และเข้าใจ
  • มีรีแอคเพื่อให้ลูกรู้ว่าเราเข้าใจ เช่นการพยักหน้า หรือแสดงความเห็น เช่น “แม่/พ่อ รู้” “นั่นฟังดูดีนะ” “แม่เองก็คิดเหมือนหนู” เป็นต้น

คำเตือน : แน่นอนว่าการฟังไม่ได้แปลว่าเราเห็นด้วยเสมอไป เราสามารถทำความเข้าใจและเคารพความเห็นของผู้อื่นแม้ว่าเราจะไม่เห็นด้วยกับสิ่งนั้นก็ตาม

ข้อดีของการเป็นพ่อแม่ที่ฟังลูก                     

หนึ่งปัจจัยที่ช่วยให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวแข็งแรงคือการสื่อสารที่ดี และการสื่อสารที่ประสบความสำเร็จนั้นขึ้นอยู่กับว่าคุณพ่อคุณแม่ฟังอย่างไร การฟังอย่างใส่ใจช่วยให้การสื่อสารกับลูกเป็นไปด้วยดีและช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างเด็กและครอบครัว เพราะเด็กจะรู้สึกได้รับการเอาใจใส่และให้ความสนใจ นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เรียนรู้และเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตลูก ณ ขณะนั้นมากขึ้น

          แต่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรกดดันตัวเองเรื่องการฟังอย่างใส่ใจมากเกินไป เพราะอาจทำให้มัวแต่จดจ่อกับการค้นหาคำตอบและวิธีแก้ไขปัญหาจนละเลยสิ่งที่ลูกจะสื่อสาร เพราะเพียงแค่การรับฟังก็สามารถช่วยลูกได้ เนื่องจากการพูดคุยจะช่วยให้เด็กมีกระบวนการคิด และทำให้เขาคิดได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นเมื่อมีพ่อแม่คอยรับฟัง

พัฒนาทักษะการฟังมากขึ้นเมื่อลูกเปิดใจ

ให้ความสนใจลูกมากขึ้นอย่างทันท่วงที หากรู้สึกว่าตัวเองตั้งคำถามและกำลังหลุดประเด็นให้นึกย้อนกลับมาถึงสิ่งที่ลูกพูด และในขณะที่ลูกกำลังพูดนั้นสามารถทำให้ลูกรู้สึกได้รับการใส่ใจมากขึ้นโดยการปิดทีวี เครื่องมือการสื่อสาร หากคุณพ่อคุณแม่ให้ความสนใจลูกมากพอเขาจะรับรู้ได้ว่า ณ ขณะนั้นเขาสำคัญสำหรับพ่อแม่มากที่สุด นั่นหมายความว่าพ่อแม่ให้ความสนใจ พร้อมรับฟังและทำความเข้าใจเสมอว่าเขารู้สึกอย่างไร

พยายามทำความเข้าใจ มีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่ลูกพูดมากกว่าที่จะคิดว่าเราจะพูดอะไรถัดจากนี้ เพราะนั่นอาจทำให้คุณพ่อคุณแม่ตกหล่นสิ่งที่ลูกจะสื่อสารไปได้

พยายามทำให้ลูกเห็นว่าเราพยายามเข้าใจ เช่นสรุปประเด็นหลักที่ลูกต้องการสื่อสาร บอกเขาว่าเราคิดอย่างไร พยายามทวนสิ่งที่เขาพูดเป็นคำพูดของคุณเอง เช่น “หนูรู้สึกโกรธเพราะว่าแม่ไม่ได้ถามหนูก่อนเรื่องการเรียนพิเศษ แม่เข้าใจหนูถูกไหมคะ?”

การฟังอย่างใส่ใจนั้นควรจะทวนสิ่งที่ลูกพูด เป็นอีกหนึ่งทริคที่ทำให้ลูกรู้สึกถูกเชิญชวนให้พูดมากขึ้น เพราะเขาจะรู้สึกว่าถูกกระตุ้นให้อธิบายสิ่งที่อยู่ในใจ และพูดมากขึ้นเกี่ยวกับสิ่งที่เขากำลังคิด

 

ข้อมูลจาก : https://raisingchildren.net.au/teens/communicating-relationships/communicating/active-listening

 

LINE it!

Comment