เพราะ “ความอดทน” จำเป็นสำหรับลูก GEN-Z

เด็กๆในเจนเนอเรชัน แซท (Gen-Z) เติบโตมาท่ามกลางความสะดวกและเทคโนโลยี ที่ทำให้พวกเขาเป็นเด็ก คิดเร็ว เรียนรู้เร็ว ตัดสินใจเร็ว แต่ท่ามกลางความสะดวก ง่ายดาย และรวดเร็วของเด็กๆ เจนเนอเรชันนี้ ก็ตามมาด้วยข้อเสียที่เลี่ยงไม่ได้ คือ การเสพติดความเร็ว ความอดทนต่ำและไม่รู้จักการรอคอย  ซึ่งข้อเสียนี้เอง ที่อยากชวนพ่อแม่มาดูการทดลองสุดคลาสสิก ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ของอเมริกา ที่จะมาย้ำกับเราชัดๆว่า ทำไมเราต้องสอนให้ลูกรู้จัก “อดทน”

คลิปวิดิโอ The Marshmallow Test : https://www.youtube.com/watch?v=QX_oy9614HQ

จากการทดลอง  The Marshmallow Test ของศาสตราจารย์วอล์เทอร์ มิเชล นั้นทำการทดสอบเด็กๆที่มีอายุ 4-6 ปี จำนวนกว่า 600 คน โดยให้นั่งอยู่ในห้องคนเดียวและบนโต๊ะมีขนมมาร์ชเมลโล่แสนอร่อยวางอยู่ 1 ชิ้น พร้อมกับมีเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ถ้าอดทนไม่กินขนมบนโต๊ะได้จนกว่าเจ้าหน้าที่จะกลับมา จะได้รับรางวัลเป็นขนมอีก 1 ชิ้น เวลาประมาณ 15 นาทีที่รอคอยสำหรับเด็กๆช่างแสนยาวนานเหลือเกิน บางคนกระวนกระวายว่าจะทำอย่างไรกับเจ้าขนมชิ้นนี้ดี บ้างต้องปิดตาเพื่อไม่ให้เห็นขนมชิ้นนั้น ขณะที่บางคนก็กินขนมทันทีหลังจากเจ้าหน้าที่เดินออกไป  หลายปีต่อมาทีมวิจัยได้ติดตามและประเมินผลเด็กๆกลุ่มเดิมซึ่งพบว่า เด็กๆกลุ่มที่อดทนไม่ยอมกินขนม เติบโตเป็นวัยรุ่นที่ร่างกายแข็งแรงมากกว่า มีโอกาสติดยาเสพติดน้อยกว่า  รวมถึงมีผลคะแนนการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ดีกว่า และยังมีความสำเร็จในการทำงาน และชีวิตแต่งงานที่ดีกว่าด้วย

เมื่อ “ความอดทน” เป็นพื้นฐานของความสำเร็จและชีวิตดีๆ ของลูกแล้ว คุณพ่อคุณแม่คงต้องจัดโปรแกรมฝึกหนักให้เด็กๆเรียนรู้ที่จะอดทนและรอคอย ซึ่งครูเชื่อว่า ความอดทนเริ่มต้นได้ที่บ้าน ผ่านวิธีการฝึกในชีวิตประจำวันดังนี้

1.สอนให้ลูกรู้จักควบคุมอารมณ์ – เมื่อต้องรออะไรนานๆ หรือเจอเรื่องไม่เป็นดังใจ เด็กๆมักจะเกิดอาการกระวนกระวาย หงุดหงิด โวยวาย หรือมีพฤติกรรมอื่นๆที่ไม่เหมาะสม ซึ่งเราต้องสอนให้เด็กๆรู้จักควบคุมอารมณ์ และรับมือกับความไม่ถูกใจอย่างมีสติ รวมถึงกำหนอข้อแลกเปลี่ยนให้ลูกรอคอยอย่ารีบให้รางวัลในทันที เช่น ถ้าลูกช่วยแม่เก็บของ ช่วยรดน้ำต้นไม้แล้วจะได้ทานขนม หรือ ถ้าลูกสอบได้คะแนนดีขึ้นจะได้รางวัลเป็นต้น

2.สอนให้ลูกรู้จักรับผิดชอบ – การมอบหมายหน้าที่เล็กๆน้อยๆภายในบ้านจะช่วยฝึกความรับผิดชอบ ช่วยสร้างสมาธิให้ลูกได้จดจ่อกับงานที่ทำ และฝึกความอดทนได้เป็นอย่างดี

3. เป็นแบบอย่าที่ดีให้กับลูก – เมื่อต้องรับมือสถานการณ์ที่ไม่ถูกใจทั้งในและนอกบ้าน เพราะท้ายสุดเด็กจะเรียนรู้จากต้นแบบที่อยู่ใกล้ตัวมากที่สุด

Cognitive Skill หรือทักษะทางปัญญา นั้นเด็กๆอาจได้รับจากการเรียนที่โรงเรียน จากติวเตอร์จากกวดวิชาสถาบันดังได้  แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้ทักษะการเรียนและความฉลาดทางปัญญาเลยก็คือ ทักษะทางอารมณ์และการจัดการตัวเอง หรือ Non-cognitive Skill ซึ่งทักษะเหล่านี้เริ่มต้นสร้างได้จากที่บ้าน และฝึกฝนตั้งแต่จำความได้

LINE it!

Comment