เริ่มอย่างไร? – คุยเรื่องอนาคต,อาชีพ,การเรียนกับลูกวัยมัธยม

 

เพราะในช่วงมัธยมโดยเฉพาะมัธยมปลายจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญมากของลูก ส่วนเด็กมัธยมต้นเองก็มักจะกังวลเกี่ยวกับอนาคตว่าจะเป็นไปในทิศทางใด การเลือกแผนการเรียน การเลือกคณะที่ต้องการศึกษาต่อ รวมถึงมหาวิทยาลัย ส่งผลระยะยาวไปถึงการฝึกงาน อาชีพในอนาคต พ่อแม่ผู้ปกครองเองอาจมีส่วนช่วยในการร่วมพูดคุยเพื่อให้ลูกได้ให้ทิศทางที่ชัดมากยิ่งขึ้น

มองภาพใหญ่ในอนาคต – เราจะอยู่ตรงไหนในอาชีพใด

เด็กยุคปัจจุบันมักจะวางแผนอนาคตกันเนิ่นๆ ตั้งแต่มัธยมต้น แต่บางคนอาจจะเห็นภาพแค่ว่า next step จะต้องทำอะไรซึ่งก็เป็นธรรมดาสำหรับเด็กที่อาจจะคิดเช่นนั้น คุณพ่อคุณแม่อาจชวนพูดคุยเพื่อกำหนดให้เห็นภาพในอนาคตชัดมากขึ้น และปลูกฝังทักษะการเปิดใจเรียนรู้ขณะพูดคุย

กำหนดเป้าหมาย ชวนลูกตั้งคำถามว่าเขาอยากจะทำอะไร อยากเรียนอะไร ถนัดหรือสนใจในสายอาชีพใดเป็นพิเศษ ฯลฯ การตอบคำถามเหล่านี้จะช่วยให้เด็กมีแนวทางที่ชัดมากขึ้นว่าเขาอยากอยู่ตรงไหน อยากเป็นอะไร และสิ่งใดที่เขาจะไม่เลือก

อนาคตคือการเรียนรู้ เป็นไอเดียที่ดีในการปลูกฝังลูกว่าโลกของการทำงานเหมือนกับการเดินทางเพื่อค้นหาอะไรใหม่ๆ เขาอาจจะตัดสินใจเลือกบางอย่างในวันนี้แต่ในวันหนึ่งหากเขาได้เรียนรู้ทักษะใหม่หรือได้เรียนรู้บางอย่างที่น่าสนใจ ก็เป็นไปได้ที่เป้าหมายอาจจะไม่เหมือนเดิม หากลูกเข้าใจในส่วนนี้จะช่วยให้เขามีทักษะในการเปิดใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ยอมรับข้อผิดพลาด เปิดโอกาสให้ตัวเองอยู่เสมอ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ‘lifelong learning’ หรือการเรียนรู้ตลอดชีวิต

การค้นหาคือเรื่องของเวลา ไม่ใช่เรื่องแย่หากเด็กยังไม่สามารถตัดสินใจกำหนดเป้าหมายของตัวเองได้ มันอาจจะทำให้เขารู้สึกเครียดเมื่อดูเหมือนว่าเป้าหมายมันคือสิ่งสำคัญที่เขาควรมี แต่กระนั้นการพูดคุยเรื่องอนาคตและเป้าหมายก็เป็นส่วนหนึ่งในการปลูกฝังเรื่องการค้นหา และการยอมรับสิ่งที่ไม่เป็นดั่งที่ตั้งใจ และหากในภายภาคหน้า เด็กๆ ไม่ได้ตัดสินใจเลือกในสิ่งที่ตั้งเอาไว้เขาจะรู้ว่าเขายังมีทางเลือกอื่นๆ รออยู่ เพียงแค่ไม่หยุดเรียนรู้

สำรวจหัวใจลูก, งาน, อาชีพ มหาวิทยาลัยและการเรียนในอนาคต

ตั้งโจทย์ให้ลูกนึกถึงงาน อาชีพ ของตัวเองในอนาคต เมื่อลูกมีแนวทางที่สนใจพ่อแม่จึงมีส่วนในการไกด์คณะและมหาวิทยาลัยที่จะพาเขาไปสู่เป้าหมาย

ชวนลูกคิดว่าอะไรคือสิ่งที่เขาสนใจ – ตั้งคำถามง่ายๆ เช่น

  • ‘อะไรคือสิ่งที่ลูกชอบทำ และมีความสุขมากที่สุดเวลาได้ทำมัน’
  • ‘ลูกชอบวิชาอะไรมากที่สุด’
  • ‘วิชาไหนที่คิดว่าตัวเองทำได้ดี’
  • ‘นอกจากเรียน มีอะไรที่ลูกสนใจอีก’

คุณพ่อคุณแม่ยังสามารถช่วยให้ลูกมีไอเดียกับสิ่งที่เขาสนใจมากขึ้นได้ โดย

  • ชวนลูกให้พูดคุยกับญาติ หรือคนรู้จักที่อยู่ในสายงานและอาชีพต่างๆ ว่ามีลักษณะการทำงานอย่างไร
  • ส่งเสริมให้ลูกไป Open house หรือเข้าค่ายในคณะที่ลูกสนใจ
  • ชวนลูกหาข้อมูลหรืออ่านข่าวในเว็บไซต์ต่างๆ เกี่ยวกับสายอาชีพที่ลูกสนใจ

นอกจากนี้คุณพ่อคุณแม่อาจหาโอกาสให้ลูกได้สัมผัสในสิ่งที่เขาสนใจจริงๆ อย่างเช่นการทำงานพาร์ทไทม์ การเป็นอาสาสมัครในช่วงระยะเวลาสั้นๆ และหากสิ่งที่ลูกสนใจอาจไม่เวิร์กเมื่อเขาได้ลองสัมผัส คุณพ่อคุณแม่เองก็อาจจะช่วยแนะนำให้ลูกได้คิดและทบทวนอีกครั้ง ไม่เป็นอะไรเลยหากผิดพลาด และไม่มีสิ่งไหนที่สูญเปล่าเมื่อลูกได้เรียนรู้ ลองหาสิ่งใหม่ๆ ที่เขามีความสุขและกระตือรือล้นที่จะทำ

สุดท้ายหากคุณพ่อคุณแม่รู้สึกว่าลูกไม่เหมาะในสิ่งที่เขาเลือกเอาเสียเลยและทักษะของเขาไม่ตรงกับสิ่งที่เขาเลือก สิ่งที่ไม่ควรทำคือการวิพากษ์วิจารณ์ แต่ควรสนับสนุนให้เขาได้เรียนรู้เพิ่มเติม หรือให้ข้อมูลทางเลือกที่ใกล้เคียงเกี่ยวกับงานและหลักสูตรที่เขาสนใจ

 

ข้อมูลจาก : https://raisingchildren.net.au/teens/school-education-work/schoolies-life-after-school/jobs-careers-study

 

LINE it!

Comment