5 ข้อ สู่การเป็นผู้ปกครองของเด็กเก่ง

1. พาลูกไปค้นพบประสบการณ์ที่หลากหลาย

เด็กๆต้องการสิ่งใหม่ๆ ที่จะจูงใจเสมอ ดังนั้นกิจกรรมที่น่าสนุกอย่างการได้ไปสัมผัสธรรมชาติอย่างภูเขาและทะเล  ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์  ทำกิจกรรมกลุ่มร่วมเพื่อนๆ ไปจนถึงการเล่นกีฬา ล้วนแต่เป็นตัวช่วยสำคัญที่เสริมสร้างพัฒนาการด้านต่างๆ ช่วยให้ลูกค้นพบความถนัด และสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบ ที่สำคัญ การเพิ่มประสบการณ์ให้กับเด็กๆ จะทำให้ในอนาคตเขารับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นอนาคตได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

2. สนับสนุนพัฒนาการทั้งทางสติปัญญาและอารมณ์

คุณพ่อคุณแม่สามารถส่งเสริมพัฒนาการและสร้างบรรยากาศที่ส่งเสริมในการเรียนรู้ อย่างการเล่านิทาน  อ่านหนังสือ และร่วมกิจกรรมเสริมพัฒนาการ ซึ่งนอกจากหน้าที่ในการพัฒนาสติปัญญาของลูกแล้วที่สำคัญไม่แพ้กันคือการสอนลูกให้มีทักษะในการควบคุมอารมณ์ สอนให้ลูกเข้าใจความรู้สึกของตนเองและปรับตัวให้ได้กับอารมณ์ต่างๆ เช่น จัดการอย่างไรเมื่อถูกทำให้โกรธ รับมือความผิดหวังอย่างไร

3. ชื่นชมความพยายามไม่ใช่ความสามารถ

ควรทำให้เห็นว่าพ่อแม่เห็นความสำคัญและคุณค่าของความพยายามของลูกเสมอ ซึ่งการชมในลักษณะนี้ ไม่ใช่ชมลูกเพียง “เก่งมากลูก” “ดีมากลูก” แล้วจบ แต่ให้เน้นชื่นชมที่กระบวนการ เช่น เมื่อลูกได้รับการบ้านจากโรงเรียน และอาจจะใช้เวลาทำการบ้านชิ้นนั้นมากกว่าปกติ คุณแม่ก็ต้องชมว่า “แม่ภูมิใจที่เห็นหนูตั้งใจทำการบ้านวันนี้นะลูก หนูเป็นคนมีความรับผิดชอบมากเลยจ๊ะ” เป็นต้น

4.สอนให้รู้จักหน้าที่ และกิจกรรมที่ฝึกความรับผิดชอบ

งานบ้าน เป็นโอกาสที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่และลูกๆ ได้ทำกิจกรรมในครอบครัวร่วมกัน และยังป็นกิจกรรมสร้างวินัยและความรับผิดชอบได้เป็นอย่างดี โดยอาจจะลองมอบหมายหน้าที่ง่ายๆ อย่างการให้อาหารสัตว์เลี้ยง  กรอกน้ำ รดน้ำต้นไม้ หรือล้างจาน ทั้งหมดนี้จะช่วยฝึกฝนความอดทนและความรับผิดชอบ ซึ่งจะส่งผลดีต่อพฤติกรรมของลูกในอนาคต

5. เป็น ‘โค้ช’ ที่มีเป้าหมายร่วมกันกับลูก

การตั้งเป้าหมายเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ลูกสำเร็จ คุณพ่อคุณแม่จึงต้องทำหน้าที่โค้ชที่ช่วยลูกวางแผนชีวิตและเมื่อลูกทำเรื่องต่างๆ ได้สำเร็จ พ่อแม่ควรชมเชยอย่างเหมาะสมและถูกจังหวะ ใส่ใจทุกคำที่พูด  พูดให้กระชับ และอาจใช้มือลูบหัวหรือลูบหลังแทนคำพูดก็ได้ รวมถึงหาวิธีชมเชยแบบใหม่ๆ เสมอ เพราะการพูดชมแบบเดิมๆ นั้น คุณค่าของคำชมจะลดลง ที่สำคัญคือห้ามเปรียบเทียบหรือเติมเงื่อนไขในคำชมเชยเด็ดขาด และสุดท้ายคุณพ่อคุณแม่ไม่ควรเร่งเร้าให้เด็กบรรลุเป้าหมาย แต่ควรปล่อยให้พวกเขารักษาระดับของตนเองต่อไป แล้วคอยเป็นกำลังใจสนับสนุนอยู่ข้างๆ เปรียบเหมือนโค้ชที่วางกลยุทธ์และสนับสนุนลูกๆ ให้ทำเป้าหมายให้สำเร็จ

LINE it!

Comment