รวดเร็วทันใจ คลิกเลย

คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล ถือว่าเป็นคณะสายแพทย์ลำดับต้น ๆ ที่น้อง ๆ ม.ปลายให้ความสนใจและอยากเข้ามาก ๆ คณะนึงเลยนะคะ เพราะว่าด้วยชื่อเสียงและมีรุ่นพี่ประสบความสำเร็จมากมาย วันนี้ พี่ ๆ Enconcept เลยขอนำเอาบทสัมภาษณ์ของ  พี่เอิร์ธ นพ.รวิพล เงินแก้ว ตัวจริงจากแพทย์ศิริราชมาให้อ่านกันค่ะ

Q : แนะนำตัวนิดนึง ว่าชื่ออะไร เรียนจบที่ไหนคะ?

A : ชื่อเอิร์ธ นพ.รวิพล เงินแก้ว ครับ ม.ปลายจบจากเตรียมอุดมฯ แล้วเพิ่งจบแพทยศาสตรบัณฑิต ที่คณะแพทยศาสตรศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลครับ

Q : มีคำถามนึงที่น้อง ๆ อยากรู้มากเลย ทำไมถึงอยากเป็นหมอคะ อะไรคือแรงบันดาลใจสำคัญของเอิร์ธกัน?

A : นึกถึงตัวเองตอนนั้นคงเลือกเข้าหมอก็คงเพราะ สอบตามเพื่อนส่วนใหญ่ ณ จุดนี้จึงอยากจะบอกน้องๆว่าให้ พยายามหาข้อมูลเยอะๆ ก่อนจะตัดสินใจเลือกที่เรียน ไปopen house เราก็ได้ข้อมูลแค่ว่าที่เรียนเป็นยังไง เรียนอะไรบ้าง มันต้องเรียนอะไรแนวๆไหน แต่ชีวิตทำงานหลังเรียนจบมันก็เป็นอะไรที่เราควรจะศึกษาตั้งแต่ตอนเลือกคณะเข้าเรียนเลยนะ เพราะมันเป็นช่วงชีวิตส่วนใหญ่ของเราเลย ลองพยายามถามคนที่เค้าเรียนจบ ทำงานแล้ว ว่าชีวิตเป็นยังไง มีความสุขกับสิ่งที่ทำมั๊ย ลักษณะงานเป็นยังไง Career Path ว่าเป็นอย่างไร เพราะถ้าเราได้เลือกสิ่งที่เราชอบจริงๆแล้ว ไม่ว่าเราจะทำอาชีพอะไร เราก็มักจะทำได้ดีกับสิ่งนั้น แล้วเราก็จะประสบความสำเร็จ


Q : แล้วเอิร์ธเริ่มเตรียมตัวสอบหมอตั้งแต่ช่วงไหน ใช้เวลานานไหมคะ ? เผื่อน้อง ๆ จะได้เตรียมตัวล่วงหน้า

A : วางแผนตั้งแต่ 9 เดือนก่อนสอบ คำนวณเลยว่า เราจะอ่านพวกความรู้ประมาณ 3 เดือน ทำโจทย์ประมาณ 6 เดือน แล้วก็นั่งนับเลยว่ามันมีกี่วิชาที่เราต้องสอบ 3 เดือน 8 วิชา ก็วิชาละ 12 วัน แล้วก็จะไก้ตารางอ่านหนังสือออกมาทั้งปี แต่ละสัปดาห์เราก็จะมีเป้าหมายว่า ต้องอ่านได้แค่ไหน แล้วเราจะจัดสรรเวลาอ่านหนังสือได้เอง (Outcome-based) ส่วน 6 เดือนที่เหลือก็ทำโจทย์ (จะเห็นได้ว่าพี่จะให้เวลาทำโจทย์เยอะ เพราะการทำโจทย์นี่แหละจะทำให้เราฝึกเอาความรู้ที่อ่านนำมาใช้ แล้วจะทำให้เข้าใจเนื้อหาได้ดีขึ้น) มีข้อสอบกี่พศ.เท่าที่หาได้ก็จำมาทำให้หมด เอาจำนวนข้อสอบที่รวบรวมมาได้จากหนังสือที่ซื้อมาตั้ง หารด้วยเวลาที่เหลือ ก็จะได้ว่าวันหนึ่งต้องทำโจทย์กี่ข้อ แล้วก็จะได้เวลาอ่านหนังสือออกมา

Q : พูดถึงภาษาอังกฤษหน่อย สำหรับการสอบเข้าคณะแพทย์ ต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง เพราะน้อง ๆ บางคนให้ความสำคัญกับวิชาอย่างภาษาอังกฤษน้อยเมื่อเทียบกับวิชาอื่น ๆ

A : ก็ยังใช้หลักการเดียวกันข้างต้น แต่ยังไงก็ไม่ควรทิ้งอังกฤษ-ไทย-สังคมเลยครับ เพราะสำคัญ  ก็คือเริ่มจากทบทวนเนื้อหาก่อนแล้วค่อยกลับไปทำโจทย์ ซึ่งสำหรับภาษาอังกฤษแล้วพี่มักจะเน้นทำโจทย์เป็นหลัก เพราะเป็นคนจำพวกรายละเอียดจุกจิกไม่ค่อยได้ และรู้สึกว่าภาษาจะเก่งได้มันต้องเกิดจากการใช้งาน ก็เลยเน้นทำโจทย์ครับ

Q : มาเรียนที่ Enconcept แล้ว น้องเอิร์ธชอบอะไรที่กับการเรียนที่นี่คะ?

A : เรียนเป็นคอร์สเตรียมสอบ Admission เลย เพราะเพิ่งมาเริ่มเรียนพิเศษแบบจริงจังก็ตอนม.6 ซึ่ง Enconcept ก็จะดีหน่อยตรงที่สามารถเรียนแบบ S.E.L.F เพราะทำให้เราจัดการเวลาเรียนพิเศษได้ยืดหยุ่นมากขึ้น ส่วนการเรียนการสอนจากครูพี่แนน ไม่พูดถึง เพราะพี่แนนก็ทำให้จากคนที่คะแนนอังกฤษมันท้ายๆตารางของห้อง จนสามารถทำผ่านข้อสอบเอ้นท์ได้อย่างไม่ยากเย็น จำได้ว่าก่อนเรียนกับพี่แนน ลองทำข้อสอบเอ้นท์เก่าภาษาอังกฤษ ได้ 32/100 จนหลังเรียนกับพี่แนนบวกทำโจทย์ไปเรื่อยๆ ข้อสอบเอ้นท์ชุดสุดท้ายก่อนสอบจริง ได้ 80/100 ส่วนคะแนนสอบจริงนั้นก็เป็นที่น่าพึงพอใจ

Q : สุดท้าย อยากฝากอะไรถึงน้องๆ ที่มีความตั้งใจอยากเป็นหมอ หรือสิ่งที่น้องๆ ต้องเตรียมตัวกันบ้างเอ่ย?

A : สำหรับน้องที่มีความตั้งใจอยากเป็นหมอ ก่อนอื่นก็ต้องขอให้น้องพิจารณาอีกครั้ง ว่าเราเป็นหมอเพราะอะไร เป็นคำถามที่สำคัญมาก เพราะว่าตอนสอบเข้ายากแล้ว ตอนเรียนต้องใช้ความเพียรความอดทนเยอะกว่า นอกจากเรียนพวกเนื้อหาแล้ว ยังมีกิจกรรมให้ทำเยอะมาก และเรายังต้องทำหน้าที่อยู่ในทีมในการดูแลคนไข้ด้วยตอนเรียนชั้นคลินิค ต้องมีการอยู่เวรที่อาจจะทำให้เราไม่ได้นอน จบแล้ว ก็อาจจะถูกส่งไปชดใช้ทุนในที่ที่เราอาจจะไม่คุ้นเคย กว่านะเริ่มสบายจริงๆก็ตอนอายุเข้าเลขสาม ไอคำถามว่าทำไมอยากเรียนหมอ มันจะเป็นจุดยืนของเรา ในยามที่เราเหนื่อย ท้อแท้หรือเจออุปสรรค ขณะเรียนหรือทำงาน ไอคำตอบของคำถามตะกี้นี่แหละ ที่จะนำใจของเราผ่านพ้นอุปสรรคตไปได้ และพี่เชื่อว่าความสำเร็จในการสอบเข้า มันไม่ใช่เรื่องโชคชะตาอะไร มันเป็นผลของการที่น้องได้ตั้งใจ วางแผน เตรียมตัวก่อนสอบ และลงมือทำ มันเป็นสิ่งที่ถูกคำนวณไว้แล้ว
และขออวยพรให้น้องที่มีความตั้งใจแน่วแน่ว่าจะเป็นแพทย์ให้ได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ก็ขอให้สำเร็จและขอให้มีจิตใจที่แน่วแน่ต่อไป ขอให้ผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆระหว่างเรียนได้ด้วยนะครับ


Q : ท้ายสุด 555+ อยากฝากอะไรถึงครูพี่แนน และ Enconcept คะ?

A : ขอขอบคุณครูพี่แนนและ Enconcept ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จก้าวหนึ่งในชีวิตของผม ก็ขอนำโอกาสที่ได้มาเป็นแพทย์ในตอนนี้ ไปดูแลรักษาคนไข้อย่างเต็มที่ ดูแลระบบสาธารณสุขของบ้านเราให้พัฒนาดียิ่งขึ้นไปครับ ขอขอบคุณมากครับ

 

*น้องเอิร์ธ รวิผล เงินแก้ว ได้รับทุนการศึกษาต่อจาก สถาบันกวดวิชา Enconcept

*เพราะ Enconcept เชื่อว่าการศึกษาคือสิ่งที่สำคัญที่สุดและการให้การศึกษาคือสิ่งที่ดีที่สุด

*ครูพี่แนนและ Enconcept ขอสนับสนุนทุก ๆ ความตั้งใจของน้อง ๆ เราพร้อมจะสานฝันของน้อง ๆ ให้เป็นจริง ด้วยการมอบทุนการศึกษาให้กับน้อง ๆ

*น้อง ๆ สามารถยื่นเรื่องการรับสมัครทุนได้ที่ Enconcept ทุกสาขาโดยใช้เอกสารดังต่อไปนี้

-เอกสารผลการเรียนปีการศึกษาปีนี้
-หนังสือรับรองผลการเรียนจากอาจารย์ประจำชั้น
-สำเนาบัตรประชาชน เซ็นต์รับรอง

โดยทีมงานพี่ ๆ Enconcept จะพิจารณาทุนการศึกษาให้เป็นรายบุคคลตามความเหมาะสมต่อไป

LINE it!

Comment